เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

คำคมแก้ไข

  • รัฐประหารเป็นอาวุธทางการเมืองของพวกทหารฉันใด การเดินขบวนเป็นอาวุธทางการเมืองของนักศึกษาฉันนั้น
  • “ภารกิจทางประวัติศาสตร์” ที่ตกลงบนบ่าคนหนุ่มสาวรุ่นนี้ย่อมเป็นแรงกดดันให้พวกเขาต้องรีบทำการบ้านเพิ่มเติมอย่างไม่ต้องสงสัย อันดับแรกพวกเขาจำเป็นต้องรีบแปลงความคิดที่กระจัดกระจายอยู่ใน Social Media ให้กลายเป็นวิสัยทัศน์รวมหมู่ (Collective Vision)[1]
  • “อันดับต่อมา ต้องเรียนรู้ที่จะแยกแยะว่ามวลชนฝ่ายอนุรักษนิยมมีหลายหมู่เหล่า ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะชื่นชอบระบอบอำนาจนิยม การยึดติดอยู่กับมวลชนที่ก้าวหน้ากลุ่มเดียว โดยละทิ้งกลุ่มกลางๆ (หรือแม้แต่กลุ่มล้าหลังที่ไม่ได้เลวร้าย) ย่อมไม่นำไปสู่การเติบใหญ่ขยายตัวซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเมืองแบบเลือกตั้ง[1]
  • “การต่อสู้ทางการเมืองก็เหมือนการต่อสู้ในด้านอื่นๆ ของชีวิต การประมาท ดูเบาคู่ต่อสู้เป็นหนทางแห่งความตาย มีแต่ต้องเข้าใจท่ากระทำของฝ่ายตรงข้ามและรู้จักหยิบยืมพลังทางภววิสัยมาเกี่ยวร้อยกับความพยายามของตนเท่านั้น การขับเคลื่อนไปสู่จุดหมายจึงอาจปรากฏเป็นจริง”[1]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ไม่ได้พูด “ยุเด็กเป็นแนวหน้า เข้าป่าก็มาก ส่วนอาจารย์สบายดี” (จากบทความเรื่อง “ประชาธิปไตยสยามยุทธ: แง่คิดเกี่ยวกับความขัดแย้งและพัฒนาการของระบอบการเมืองในประเทศไทย” โดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล